2007/Apr/19

หวัดดีค่า มาอัพแล้ว++

ก่อนอื่นขอสครีมก่อนค่า

อะกี๊ซซซซซ >w< ในที่สุด ในที่สุด ก้อได้แต่งงานแว้ววว

เย้ๆ^ ^จีบน้องป็อบมาตั้งนาน

เป้าหมายต่อไป เคลียร์ไฟนอล 4!!

[ไม่อ่านหนังสือเราะ อีนี่= ="]

ซื้อมาพร้อมกันยังไม่ได้แกะกล่องเรยนิ

สครีมเรื่องต่อไป

มว้ากกกกก ยังไม่ได้อ่านบลูดราก้อนเลยยย

อุตส่าห์รออ่า วันที่บูมออกดันลืมซื้อซะนี่-*-

ฮือๆ อาจารย์ทาเคชี้~

จบโหมดไร้สาระค่า

+++++++++++++++++++++++

เราเริ่มออกเดินทาง วันที่13 ตื่นเช้ามากมาย

ระหว่างทางก้อแวะปั๊มเติมน้ำมันให้เต็มปรี่แล้วค่อยไปหาอะไรหม่ำ

พอเราเติมน้ำมันแล้วก้อกะลังจะเลี้ยวรถออกจากปั๊ม

รถชน!!=[]=มีคนขับรถสวนมาอะค่า โชคดีนะที่ไม่มีใครเป็นอะไร

อีกฝ่ายเค้าก้อยอมรับผิดว่าสวนทางมา แต่ประกันมาช้าอิ๊บ-*-

อาหารเช้าวันนั้นเลยเป็นเปาอีซี่โกที่เซเว่นในปั๊มกะไมโลไป

แล้วก้ออกเดินทางต่อถือว่าฟาดเคราะห์รับสงกรานต์ไป

หลังจากนั้นก้อไม่ได้แวะอะไรกลางทางอีกเลยจนถึงที่พัก

รีสอร์ทชื่อบ้านริมแคว-แพริมน้ำค่ะ ตกแต่งแบบไทยๆสวยงามมั่กๆ

เป็นห้อง2ห้องมีประตูต่อถึงกันค่ะ ที่สำคัญมีปาปริก้ากะข้าวเกรียบให้ฟรี4ห่อ=w=

http://i55.photobucket.com/albums/g159/looksaki/Untitled-1copy.jpg

บรรยากาศสวยงาม เงียบสงบดีค่ะ ที่สำคัญลมเย็น อยู่กรุงเทพคงอืดจมเหงื่อไปแร้ว

ก่อนจะเล่าถึงกิจกรรมขอเล่าประวัติของที่นี่ก่อนค่ะ

รีสอร์ทที่เราไปพักมองไปฝั่งตรงข้ามจะเห็นทางรถไฟตัดขวางภูเขา

ถูกสร้างในสมัยสงครามโลกครั้งที่2 (ประมาณคู่กรรม) ชื่อว่าทางรถไฟสายมรณะค่ะ

(แต่ตอนนี้เปลี่ยนเป็นทางรถไฟสายสันติภาพแล้ว)

http://i55.photobucket.com/albums/g159/looksaki/Untitled-2copy.jpg

อีกรูปค่ะ

http://i55.photobucket.com/albums/g159/looksaki/Untitled-7.jpg

ทางรถไฟสายนี้สร้างโดยเชลยศึกที่ญี่ปุ่นจับมา โดยสร้างจากไทยไปยังพม่า

เพื่อที่จะบุกอินเดีย ถ้ายึดอินเดียได้ก้อคือยึดเอเชียส่วนใหญ่ได้

เชลยศึกส่วนใหญ่จะเป็นชาวยุโรป ออสเตรเลีย โดนทรมานจากทหารญี่ปุ่นมากมาย

เช่นถ้าเจ็บป่วยก้อจะไม่รักษาให้ถือว่าเปลืองยา

ถ้าตายก้อเผาริมแม่น้ำ หรือโยนลงแม่น้ำไป คนที่มีแรงก้อสร้างต่อ

การสร้างสะพานครั้งนั้นคนตายไปเกือบหมื่นหรือเกือบแสนนี่ละค่ะ

ทางรถไฟที่ปกติจะต้องใช้เวลาถึง5-6ปีในการสร้าง เสร็จในเวลา13เดือนเท่านั้น

คนที่มีชีวิตอยู่จนเสร็จก้อได้ข้ามไปที่พม่าที่ครอบครัวรออยู่

ถึงทางรถไฟจะสร้างเสร็จแต่ญี่ปุ่นก้อไม่ชนะสงครามนะคะ โดนระเบิดนิวเคลียร์ไป

เจ้าของรีสอร์ทเล่าว่าเคยมีลุงฝรั่งแก่ๆมานั่งดุทางรถไฟแล้วร้องไห้

พอคุยกันก้อรู้ว่าเค้าก้อเป็นคนที่สร้างมา และก้อมีเพื่อนตายไปไม่ได้กลับไปด้วยกัน

เหตุการณ์นี้เพิ่งผ่านไป60ปีกว่าๆเองค่ะ ตายายเราเกิดทันด้วย

ฟังประสบการณ์อย่างนี้แล้วกลัวค่ะ ไม่อยากให้มีสงครามเกิดขึ้นอีก

โม้นานมาก แปะอีกรูป ตอนรถไฟมา

http://i55.photobucket.com/albums/g159/looksaki/Untitled-3copy.jpg

รถไฟเคลื่อนตัวช้ามากมาย สงสัยเราจะชินกับBTS*[]*

กลับมาต่อ พอเราเอาของเข้าที่พักเสดเค้าก้อมีอาหารเที่ยงให้

อร่อยจริงๆนะ เราเจริญอาหารมั่กๆ เป็นบุฟเฟ่ต์

ต่อจากนั้นก้อมีกิจกรรมล่องแพเปียก

เค้าจะมีชูชีพให้ มีเรือลากแพไป เรือออก3รอบ รอบละ100คน

คนที่จะล่องแพก้อนั่งแพไป ตอนแรกเค้าจะทวนน้ำไปค่ะ

พอแล่นไปสักพักเค้าก้อปล่อยแพออกจากเรือ แล้วก้อให้คนบนแพลงจากแพ

ลอยคอตามกระแสน้ำกลับไปค่ะ เหมาะสำหรับคนว่ายน้ำค่อนข้างแข็งนะคะ

เพราะกระแสน้ำค่อนข้างแรงและก้อต้องระวังไม่ให้ไปชนเรือหรือไปอยู่ใต้แพ

ถ้าอยู่ใต้แพนี่จบกันเลยนะคะ จมค่ะ ไม่รู้ด้านไหนบนหรือล่าง

คนที่ว่ายน้ำไม่ค่อยแข็งก้อจะนั่งเรือที่ลากแพชมวิวแทน

เราสุขภาพไม่ค่อยดีเลยต้องนั่งเรือ-*-เสียดายค่ะ อยากล่นมั่งน่าสนุก

พ่อเราเล่าให้ฟังว่าตอนที่ลอยคอกลับมาเห็นโครงกระดูกอยู่ก้นแม่น้ำแควด้วย

อย่างว่าละค่ะ ผ่านไป60กว่าปีเอง นานกว่านี้ตั้งเยอะเค้ายังขุดพบกันเลย

กระแสน้ำเชี่ยวอย่างงี้ ใครจะงมขึ้นมาละคะ ก้อเลยยังมีให้เห็นกันอยุ่

หลังจากนั้นก้ออาบน้ำ กินข้าวเย็น

มีแสดงวาไรตี้เล็กน้อย พี่วิทยากรเค้าฮามากเลย

เรานั่งหัวเราะตลอด มีการแสดงที่เค้าบอกว่าฝึกมา20กว่าปีO_O!!

http://i55.photobucket.com/albums/g159/looksaki/Untitled-8.jpg

ต่อจากนั้นเค้าจะมีการแสดงแสงสีเสียงเกี่ยวกับประวัติสะพานสายมรณะ

ก้อเล่าไปแล้วนะคะ แต่ตอนที่แสดงมีช่วงนึงที่เค้าเปิดเพลง

เป็นเสียงคนผิวปาก เป็นเพลงมาร์ชเวลาออกรบ

เชลยศึกเป็นคนผิวปากกันค่ะ เวลาที่เค้าต้องมาสร้างทางรถไฟ

ครอบครัวรออยู่อีกฝั่ง แต่ไม่รู้จะได้กลับไปรึป่าว เพื่อนฝูงล้มตายไป

ตัวเองก้ออาจจะต้องตาย

เราเองน้ำตาคลอเลย รู้ศึกเศร้า

ตอนที่อีกฝ่ายมาทิ้งระเบิดเค้าก้อจุดพลุแทน

ในตอนนี้มันดูสวย แต่ถ้าเป็นระเบิดเมื่อ60กว่าปีที่แล้ว คนที่มองคงไม่รู้สึกอย่างนี้

ต่อจากนั้นก้อมีแคมป์ไฟค่ะ แต่ฝนตกก้อเลยจัดข้างในแทน ค่อนข้างคับแคบ

ต่อจากแคม์ไฟก้อมีข้าวต้มรอบดึกแล้วก้อดิสโก้OoOแต่เรากลับที่พักไปก่อน

ตอนฟังประวัติเราก้อเศร้า แต่หลังจากนั้นดิ!! เรากลัวผีขึ้นสมองมากมาย

แต่ก้อนอนหลับสบายดี สงสัยตอนกลางวันจะคึกไปหน่อย

วันที่2ก้อกินอาหารเช้ามีข้าวต้มกะหนมปัง ไข่ดาวให้เลือก

ต่อจากนั้นก้อไปดูถ้ำเชลยค่ะ

ขึ้นเขา!!จอร์จ เหนื่อยสุดๆค่ะ น้ำที่เตรียมมานี่ได้ประโยชน์สุดๆ

ค่อนข้างชันแล้วก้อลื่นค่ะ ใส่แตะมาด้วย ไม่รู้ล่วงหน้ามาก่อนเลยT[]T

พอมาถึงก้อลงบันไดไปค่อนข้างลึกก้อลงมาในถ้ำแล้วค่ะ หินงอกหินย้อยเต็มไปหมด

http://i55.photobucket.com/albums/g159/looksaki/Untitled-5.jpg

พักไหว้พระในถ้ำขอขมากันเสร็จเค้าก้อเล่าประวัติค่ะ

ตอนที่สร้างทางรถไฟก้อมีเชลยประมาณ300คนพยายามหลบหนีค่ะ

หนีมาที่ถ้ำนี้ แล้วถ้ามีทหารญี่ปุ่นตามมาเค้าก้อฆ่าทิ้ง

น้ำน้อยย่อมแพ้ไฟ ทหารตามมาไม่กี่คนกะเชลย300คน

แต่ในที่สุดก้อไม่รอดนะคะ เอาระเบิดลงก้อเรียบแล้วค่ะ

http://i55.photobucket.com/albums/g159/looksaki/Untitled-6.jpg

สังเกตุเห็นหินก้อนนึงมั้ยคะ คล้ายหน้าคนเลย ใกล้พื้นดินน่ะคะ ค่อนข้างใหญ่

ต่อจากนั้นเค้าก้อจะพาเราไปดูต่อภายในถ้ำ

ระหว่งที่เดินลงไป เราก้อได้ยินเสียงคนบอกว่ามีคนล้มๆ

พอเรามองไปตามเสียงเราใจหายวาบเลย แม่เราเอง!!

พ่อเราจะไปดูแม่เราแต่ยังจับมือเราอยู่เราเลยปล่อยมือไป

ส่วนพี่เรา เราได้ยินเสียงพี่เราบอกว่าแม่ผมล้มครับ ขอทางหน่อย แล้วก้อวิ่งนำหน้าเราไป

ส่วนเรา เราได้แต่ยืนนิ่ง พอหายช็อคเราก้อไปช่วยพยุงแม่ออกจากถ้ำ ลงเขากลับที่พัก

เวลามีอะไรเกิดขึ้นเรามักจะเป็นคนที่พึ่งไม่ได้ที่สุดทุกที

เจ็บใจตัวเอง ไม่ชอบเลยที่เป็นอย่างนี้

แม่เราเค้าอยากให้เรากับพี่ได้ดู เลยไม่อยากเป็นตัวถ่วง

ระหว่างทางกลับที่พักเราน้ำตาคลอ แต่อย่างน้อยที่เราทำได้ดีที่สุดคือเข้มแข็ง

เราจะไม่ร้องไห้

วันนั้นมันลื่นกว่าปกติเพราะฝนตก

ในถ้ำก้อมืด ไฟฉายก้อไม่มี มีแต่เทียน

แถมยังใส่รองเท้าแตะ

เราเข้าใจความหวังดีที่ทางวิทยากรเค้าอยากให้เราได้ดูอะไรดีๆ

แต่ถ้าให้ข้อมูลหรือคำแนะนำมากกว่านี้ก้อน่าจะดีนะ

เช่นเรื่องที่ขึ้นเขานี่ก้อเพิ่งรู้

เหมือนตกกระไดพลอยโจน

แต่เค้าก้อพากลับที่พัก แล้วเราก้อกินอาหารเที่ยงแล้วก้อกลับ

ก่อนกลับเราเก็บภาพสะเก็ดระเบิดที่ขุดพบในบริเวณนั้นมาด้วย

http://i55.photobucket.com/albums/g159/looksaki/Untitled-4.jpg

โปรเจ็คทัวร์ก้อจบเท่านี้ล่ะค่ะ คราวหน้ากะจะไปอีก

แต่ถ้ามีอะไรเสี่ยงๆเราคงต้องอยู่ที่พักกะแม่เรา นั่งดูทีวีไป มียูบีซีด้วย

คราวนี้รู้สึกจะยาว ขออภัยด้วยค่ะ เบื่อฟังเราโม้กันมั่งไหมเนี่ย= ="

วันนี้พอก่อนละค่ะ ขอบคุณคนอ่านและคนเม้นค่ะ

เจอกันคราวหน้า บ๊ายบาย


edit @ 2007/04/19 22:25:19

Comment

Comment:

Tweet


มาอ่านแล้น อัพต่อไปนะจร๊า เป็นกำลังใจหั้ย ^^
#4 by LiNAleE..~** (58.10.36.168) At 2007-05-13 19:59,
ตอบค่า
ทั่นอาจารย์
อ่านบลูดราก้อนแล้ว>w< ราลหล่อได้ใจ 55+ เรารุสึกว่าราลมีส่วนคล้ายแอลนิดๆนะ
ทั่นพี่รักชาติ
O_O!!!!!ขอบคุณสำหรับข่าวมากค่า แต่ว่าช็อคมากมาย เค้าอยากอยู่ตึก5อ้า ตึก4มันไกลห้องคอมอ่า..ถ้าจริงคงต้องทัมจายยย
#3 by Looks@ki At 2007-04-22 10:41,
เดี๋ยวพี่มาอ่านอีกทีนะครับ
ตอนนี้มาฝากข่าว http://www.thaimisc.com/freewebboard/php/vreply.php?user=pdswebboard&topic=772
เห็นเขาว่าจะให้ ม.3 ปีการศึึกษา2550 อยู่ตึก4 อ่ะ = ="
สำหรับพี่ พี่ว่าข่าวไม่กรอง
#2 by DarkZeusPDS At 2007-04-21 21:45,
havest เคยเล่นเเค่ภาคเดียวของPs1 เวลาจีบสาวนี่ยุ่งยากจริงๆ เราชอบไปทำสวนทำนาหาเงินมากกว่า
บลูดราก้อน อ่านเเล้ว เเอบงงนิดๆ จารย์โอบาจี้เค้าเปลี่ยนเเนวเขียนสุดยอด เเตกก็สนุกดี ราลหล่อ
โรงเเรมที่ไปเที่ยวมาสวยดีเเฮะ อยากเห็นหินงอกหินย้อยจริงๆบ้างจัง
#1 by a At 2007-04-20 09:06,